หน้าหลัก > ประชาสัมพันธ์ > ฆ่าเผาสองพี่น้อง นศ.วิทยาลัยชุมชนปัตตานี
 
ใต้เดือด! ดักยิงสองพี่น้องนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี ก่อนจุดไฟเผาสยองคาถนน เผยเหยื่อเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และนักการของโรงเรียนในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ส่วนที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ตำรวจ-ทหารสนธิกำลังบุกรวบ 8 วัยรุ่นต้องสงสัย ก่อนขยายผลยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิดเพียบ อีกรายจ่อยิงเจ้าของร้านชำวัย 51 ปีดับคาร้านที่บันนังสตา สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตึงเครียดขึ้นอีกระลอก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฆ่าเผาผู้บริสุทธิ์ถึงในเขต อ.เมืองปัตตานี โดยเมื่อเวลา 08.10 น.วันเสาร์ที่ 7 มี.ค.2552 พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงและเผาชายสองคน บนทางหลวงหมายเลข 410 ช่วงปัตตานี-ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้ชาย 2 ศพ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามและปืนพกสั้นหลายนัด ซ้ำยังถูกราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผา ทำให้ยากต่อการตรวจสอบใบหน้าผู้ตาย อย่างไรก็ดี บริเวณที่เกิดเหตุพบบัตรนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานีคาดว่าเป็นของผู้ตาย ระบุชื่อคือ นายนิรัญ สุดมาก นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี สาขาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ กับนายอรุณ สุดมาก นักการโรงเรียนบ้านป่าสรี ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ โดยทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งนี้ ห่างจากจุดพบศพราว 15 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กบน 536 ปัตตานี ซึ่งของผู้ตาย ล้มคว่ำอยู่ด้วย ทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและปืนพกสั้นอีกหลายปลอก รวมถึงใบปลิวโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐด้วย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านโดยใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปัตตานี เพื่อเข้าสอบที่วิทยาลัยชุมชนปัตตานี แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายตามประกบยิงจนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้นำศพผู้ตายมากองรวมกันแล้วราดน้ำมันเบนซินจุดไฟเผา ก่อนหลบหนีไปตามเส้นทางปูยุด-บาราเฮาะ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ รวบ 8 วัยรุ่นต้องสงสัย-ยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิดที่ปาดี วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สารวัตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) นราธิวาสที่ 2 พร้อมด้วย พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ได้สนธิกำลังตำรวจทหารจำนวน 100 นาย อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 8 แห่งในพื้นที่บ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้าประชุมเพื่อวางแผนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ผลการปิดล้อมตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเยาวชนได้ 8 ราย ขณะกบดานอยู่ในบ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง กลางสวนยางพาราหลังหมู่บ้าน จากนั้นได้คุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการย่อยร้อย ร.15132 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ตั้งอยู่ที่บ้านบาโงฮูมอ หมู่ 5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี โดยผู้ต้องสงสัย 2 รายจาก 8 รายยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และบอกถึงแหล่งซุกซ่อนอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตระเบิดแสวงเครื่องรวม 2 จุด เมื่อได้ข้อมูล พ.ต.ท.ปรีชา ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ชาญ วิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองวิทยาการ จ.นราธิวาส รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เดินทางไปค้นหาหลักฐานตามคำให้การของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่ารกทึบกลางสวนยางพาราหลังมัสยิดหมู่บ้านดอเฮะประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นเชิงเขา โดยกระจายกำลังกันใช้เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดค้นหาแบบเรียงหน้ากระดาน กระทั่งพบถุงพลาสติดสีดำขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ 2 ถุง ห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อแกะออกดูพบว่าภายในมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตระเบิดแสวงเครื่องหลายรายการ อาทิ แผงวงจรอีเล็คทรอนิกส์ นาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล สายไฟฟ้า สีโป๊ว ถ่านไฟฉาย มิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้า ดินดำ เสาวิทยุสื่อสาร ลูกประทัดยักษ์ และหลอดไฟฟ้าแบบกลม จึงยึดไว้เพื่อส่งให้ชุดนิติวิทยาศาสตร์ของ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงต่อไป ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้ส่งไปสอบสวนขยายผลต่อที่ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ยิงชายวัยครึ่งชีวิตดับคาร้านชำที่บันนังสตา ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.2552 พ.ต.อ.สมเพียร ภูวพงษ์พิทักษ์ ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณร้านขายของชำ ท้องที่บ้านเงาะกาโปร์ หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของชำเลขที่ 162 หมู่ 3 ต.บันนังสตา พบศพ นายดอรอนิง สาหะ อายุ 51 เจ้าของร้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ เสียชีวิตคาร้าน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายดอรอนิง กำลังขายของอยู่ภายในร้านตามปกติ จากนั้นมีวัยรุ่น 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน และทำทีขอซื้อบุหรี่ เมื่อสบโอกาสได้ชักอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่นายดอรอนิงจำนวนหลายนัดจนล้มทั้งยืน และเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว ใต้เดือด! ดักยิงสองพี่น้องนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี ก่อนจุดไฟเผาสยองคาถนน เผยเหยื่อเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และนักการของโรงเรียนในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ส่วนที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ตำรวจ-ทหารสนธิกำลังบุกรวบ 8 วัยรุ่นต้องสงสัย ก่อนขยายผลยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิดเพียบ อีกรายจ่อยิงเจ้าของร้านชำวัย 51 ปีดับคาร้านที่บันนังสตา สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตึงเครียดขึ้นอีกระลอก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฆ่าเผาผู้บริสุทธิ์ถึงในเขต อ.เมืองปัตตานี โดยเมื่อเวลา 08.10 น.วันเสาร์ที่ 7 มี.ค.2552 พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงและเผาชายสองคน บนทางหลวงหมายเลข 410 ช่วงปัตตานี-ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้ชาย 2 ศพ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามและปืนพกสั้นหลายนัด ซ้ำยังถูกราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผา ทำให้ยากต่อการตรวจสอบใบหน้าผู้ตาย อย่างไรก็ดี บริเวณที่เกิดเหตุพบบัตรนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานีคาดว่าเป็นของผู้ตาย ระบุชื่อคือ นายนิรัญ สุดมาก นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี สาขาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ กับนายอรุณ สุดมาก นักการโรงเรียนบ้านป่าสรี ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ โดยทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งนี้ ห่างจากจุดพบศพราว 15 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กบน 536 ปัตตานี ซึ่งของผู้ตาย ล้มคว่ำอยู่ด้วย ทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและปืนพกสั้นอีกหลายปลอก รวมถึงใบปลิวโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐด้วย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านโดยใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปัตตานี เพื่อเข้าสอบที่วิทยาลัยชุมชนปัตตานี แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายตามประกบยิงจนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้นำศพผู้ตายมากองรวมกันแล้วราดน้ำมันเบนซินจุดไฟเผา ก่อนหลบหนีไปตามเส้นทางปูยุด-บาราเฮาะ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ รวบ 8 วัยรุ่นต้องสงสัย-ยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิดที่ปาดี วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สารวัตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) นราธิวาสที่ 2 พร้อมด้วย พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ได้สนธิกำลังตำรวจทหารจำนวน 100 นาย อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 8 แห่งในพื้นที่บ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้าประชุมเพื่อวางแผนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ผลการปิดล้อมตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเยาวชนได้ 8 ราย ขณะกบดานอยู่ในบ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง กลางสวนยางพาราหลังหมู่บ้าน จากนั้นได้คุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการย่อยร้อย ร.15132 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ตั้งอยู่ที่บ้านบาโงฮูมอ หมู่ 5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี โดยผู้ต้องสงสัย 2 รายจาก 8 รายยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และบอกถึงแหล่งซุกซ่อนอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตระเบิดแสวงเครื่องรวม 2 จุด เมื่อได้ข้อมูล พ.ต.ท.ปรีชา ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ชาญ วิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองวิทยาการ จ.นราธิวาส รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เดินทางไปค้นหาหลักฐานตามคำให้การของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่ารกทึบกลางสวนยางพาราหลังมัสยิดหมู่บ้านดอเฮะประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นเชิงเขา โดยกระจายกำลังกันใช้เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดค้นหาแบบเรียงหน้ากระดาน กระทั่งพบถุงพลาสติดสีดำขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ 2 ถุง ห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อแกะออกดูพบว่าภายในมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตระเบิดแสวงเครื่องหลายรายการ อาทิ แผงวงจรอีเล็คทรอนิกส์ นาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล สายไฟฟ้า สีโป๊ว ถ่านไฟฉาย มิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้า ดินดำ เสาวิทยุสื่อสาร ลูกประทัดยักษ์ และหลอดไฟฟ้าแบบกลม จึงยึดไว้เพื่อส่งให้ชุดนิติวิทยาศาสตร์ของ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงต่อไป ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้ส่งไปสอบสวนขยายผลต่อที่ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ยิงชายวัยครึ่งชีวิตดับคาร้านชำที่บันนังสตา ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.2552 พ.ต.อ.สมเพียร ภูวพงษ์พิทักษ์ ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณร้านขายของชำ ท้องที่บ้านเงาะกาโปร์ หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของชำเลขที่ 162 หมู่ 3 ต.บันนังสตา พบศพ นายดอรอนิง สาหะ อายุ 51 เจ้าของร้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ เสียชีวิตคาร้าน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายดอรอนิง กำลังขายของอยู่ภายในร้านตามปกติ จากนั้นมีวัยรุ่น 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน และทำทีขอซื้อบุหรี่ เมื่อสบโอกาสได้ชักอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่นายดอรอนิงจำนวนหลายนัดจนล้มทั้งยืน และเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว ใต้เดือด! ดักยิงสองพี่น้องนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี ก่อนจุดไฟเผาสยองคาถนน เผยเหยื่อเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และนักการของโรงเรียนในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ส่วนที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ตำรวจ-ทหารสนธิกำลังบุกรวบ 8 วัยรุ่นต้องสงสัย ก่อนขยายผลยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิดเพียบ อีกรายจ่อยิงเจ้าของร้านชำวัย 51 ปีดับคาร้านที่บันนังสตา สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตึงเครียดขึ้นอีกระลอก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฆ่าเผาผู้บริสุทธิ์ถึงในเขต อ.เมืองปัตตานี โดยเมื่อเวลา 08.10 น.วันเสาร์ที่ 7 มี.ค.2552 พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงและเผาชายสองคน บนทางหลวงหมายเลข 410 ช่วงปัตตานี-ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้ชาย 2 ศพ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามและปืนพกสั้นหลายนัด ซ้ำยังถูกราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผา ทำให้ยากต่อการตรวจสอบใบหน้าผู้ตาย อย่างไรก็ดี บริเวณที่เกิดเหตุพบบัตรนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานีคาดว่าเป็นของผู้ตาย ระบุชื่อคือ นายนิรัญ สุดมาก นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี สาขาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ กับนายอรุณ สุดมาก นักการโรงเรียนบ้านป่าสรี ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ตะโล๊ะ โดยทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งนี้ ห่างจากจุดพบศพราว 15 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กบน 536 ปัตตานี ซึ่งของผู้ตาย ล้มคว่ำอยู่ด้วย ทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและปืนพกสั้นอีกหลายปลอก รวมถึงใบปลิวโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐด้วย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านโดยใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปัตตานี เพื่อเข้าสอบที่วิทยาลัยชุมชนปัตตานี แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายตามประกบยิงจนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้นำศพผู้ตายมากองรวมกันแล้วราดน้ำมันเบนซินจุดไฟเผา ก่อนหลบหนีไปตามเส้นทางปูยุด-บาราเฮาะ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ รวบ 8 วัยรุ่นต้องสงสัย-ยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิดที่ปาดี วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สารวัตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) นราธิวาสที่ 2 พร้อมด้วย พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ได้สนธิกำลังตำรวจทหารจำนวน 100 นาย อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 8 แห่งในพื้นที่บ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้าประชุมเพื่อวางแผนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ผลการปิดล้อมตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเยาวชนได้ 8 ราย ขณะกบดานอยู่ในบ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง กลางสวนยางพาราหลังหมู่บ้าน จากนั้นได้คุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการย่อยร้อย ร.15132 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ตั้งอยู่ที่บ้านบาโงฮูมอ หมู่ 5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี โดยผู้ต้องสงสัย 2 รายจาก 8 รายยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และบอกถึงแหล่งซุกซ่อนอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตระเบิดแสวงเครื่องรวม 2 จุด เมื่อได้ข้อมูล พ.ต.ท.ปรีชา ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ชาญ วิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองวิทยาการ จ.นราธิวาส รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เดินทางไปค้นหาหลักฐานตามคำให้การของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่ารกทึบกลางสวนยางพาราหลังมัสยิดหมู่บ้านดอเฮะประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นเชิงเขา โดยกระจายกำลังกันใช้เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดค้นหาแบบเรียงหน้ากระดาน กระทั่งพบถุงพลาสติดสีดำขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ 2 ถุง ห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อแกะออกดูพบว่าภายในมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตระเบิดแสวงเครื่องหลายรายการ อาทิ แผงวงจรอีเล็คทรอนิกส์ นาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล สายไฟฟ้า สีโป๊ว ถ่านไฟฉาย มิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้า ดินดำ เสาวิทยุสื่อสาร ลูกประทัดยักษ์ และหลอดไฟฟ้าแบบกลม จึงยึดไว้เพื่อส่งให้ชุดนิติวิทยาศาสตร์ของ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงต่อไป ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้ส่งไปสอบสวนขยายผลต่อที่ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ยิงชายวัยครึ่งชีวิตดับคาร้านชำที่บันนังสตา ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.2552 พ.ต.อ.สมเพียร ภูวพงษ์พิทักษ์ ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณร้านขายของชำ ท้องที่บ้านเงาะกาโปร์ หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของชำเลขที่ 162 หมู่ 3 ต.บันนังสตา พบศพ นายดอรอนิง สาหะ อายุ 51 เจ้าของร้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ เสียชีวิตคาร้าน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายดอรอนิง กำลังขายของอยู่ภายในร้านตามปกติ จากนั้นมีวัยรุ่น 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน และทำทีขอซื้อบุหรี่ เมื่อสบโอกาสได้ชักอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่นายดอรอนิงจำนวนหลายนัดจนล้มทั้งยืน และเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว ที่มา ศูนย์ข่าวอิศรา (สถาบันอิศรา) MuslimNB เปิดกว้างทางความคิด เกาะติดทุกแง่มุม
 
  Copyright © 2009 www.muslimnb.com
All Rights Reserved.
 
counter